2007/Jul/29


ฉันกลายเป็นคนบ้าที่รอจดหมายของเธอคืนแล้วคืนเล่า

ความว่างเปล่าเพียงสายลมแห่งความเหงาเท่านั้น

เหมือนทุกสิ่งช่างเลือนลางเรื่องของเรามันจางหายไปช้าๆ

เดือนแรกที่เราได้รู้จักกันเธอก้าวเข้ามาหาฉันพร้อมกล่องของขวัยกล่องเล็ก แน่นอนมันไม่ได้สูงค่าแต่สำหรับฉันมันมีความหมายมากมากจนไม่คาดคิดเชียวละ

หลายวันหลังจากนั้นฉันได้รับโทรศัพท์จากเธอ เธอถามว่าฉันได้รับของที่เธอส่งให้หรือเปล่า ฉันแปลกใจมากและกังวนใจทั้งวันว่ามันเป็นของของใครส่งผิดมาหรือเปล่า แต่ตอนที่ได้ฟังเธอพูดนั้นฉันแน่ใจแล้ว ความดีใจลึกๆตื่นตั้นเสียจนฉันไม่อาจห้ามหัวใจให้เต้นด้วยเสียงที่ดังก้องนั้นได้

การพูดคุยสั้นๆจบลงโดยที่ฉันก็จำไม่ได้ว่าพูดอะไรไว้บ้างมัน รวดเร็วมากไหม ก็ไม่แต่ฉันเหมือนลืมทุกอย่าง มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นแรกเท่านั้นที่ยังอยู่ มือของฉันสั่น มันชื่นเพราะความตื่นเต้น

ทุกคืนจดหมายที่มีข้อความสั้นๆอวยพรให้ฉันฝันดีจะถูกส่งมาหา ไม่ได้ทุกวันหรอกแต่ก็ทำให้ฉันชิน ชินที่จะรอมัน

หลายเดือนผ่านไปจดหมายเริ่มลดลงอ้า ฉันว่าก็ดีแล้วแต่ในใจลึกๆก็อดที่จะเศร้าไม่ได้ ฉันไม่กล้าโทรหาเธอ ไม่อย่าคุยด้วยแต่อยากได้รับบางสิ่งากเธอ น่าแปลกจริงๆ

2007/May/24


ทำไมถึงชอบมองไปนอกหน้าต่างนักละ ..ซึบาสะ. มันมีอะไรดี

กว่าฉันเหรอ

ใบหน้าหล่อๆที่ยื่นเข้ามาใกล้ท่าทางไม่พอใจที่เจ้าตัวแสดงออกเด่น

ชัด ความน้อยใจในดวงตาสีอ่อนคู่นั้น

ร่างบางๆของใครคนหนึ่งกำลังนั่งนิ่งอยู่ข้างๆหน้าต่างบานใหญ่

กระจกเนื้อดีที่เปิดออกกว้างตอนรับลมเย็นๆ ท้องฟ้าสีขาวสนิทหิมะ

นุ่มๆล่วงโรยจากท้องฟ้าเหมือนเนรมิต

รอยยิ้มบางๆวาดขึ้นบนกลีบปากอิ่มสีสด เสื้อคลุมสีขาวหนาให้

ความอบอุ่นยังคงคลุมอย่บนไหล่บาง

จะให้ตอบยังไงดีละ ก็ทำแบบนี้แล้วนางจะทำท่างอนฉัน จะเป็น

ห่วงฉันไง ทากิซาว่า

ดวงตากลมโตคู่สวยกำลังจับจ้องภาพภายนอก ปรายนิ้ววนเล่น

รอบๆขอบแก้วสีขาว ไอร้อนเริ่มจะเจือจางหายไปบ้างแล้วแต่ก็ยัง
...อุ่น..

ซึบาสะก้มหน้ามองเจ้าน้ำสีสวยในแก้ว คำพูดแสนเอาแต่ใจของ

ใครบางคนยังดังก้องสะท้อนให้ได้ยิน

ใครใช้ให้ดื่มกาแฟแบบนี้ฮะ อย่างนายนะแค่นี้ก็พอ

จากกาแฟรสเข้มถูกปรับแต่งให้มีความเข้มข้นของคาเฟอีนเพียง

ครึ่งเดียวแถมยังมีรสหวานอ่อนๆที่คนตัวขาวๆคนนั้นบอกว่ากำลังดี

เหมาะกับตัวเขาอยู่อีก ไม่ถามหรอกว่าเขาจะชอบหรือเปล่า แต่แค่

ทากิซาว่าเห็นว่ามันดีสำหรับตัวเขาเท่านั้น

ลมเย็นๆพัดเข้ามา ร่างบอบบางกระชับความอบอุ่นที่วางอยู่บน

ไหล่ทั้งสองข้าง ปากอิ่มยังคงยิ้ม ทากิซาว่า อีกแหละที่เอาเจ้านี้มาให้

เขา


ด้านนอกท้องฟ้าเริ่มมืดมิด แสงสว่างในห้องกว้างก็หายลงไปด้วย

แต่ร่างบางก็ยังนั่งนิ่ง แขนเรียวสีน้ำพึ้งยกเท้าบนขอบหน้าต่าง

ปล่อยบรรยากาศสบายๆออกมา

" ซึบาสะ " เสียงเรียกเบาๆออกจะมีความไม่พอใจเจืออยู่

ร่างบางๆที่นั่งอยู่ยิ้มกว้างลุกขึ้นเดินแกมวิ่งไปหาคนตัวขาว ร่าง

เล็กซุกตัวหาความอบอุ่นทันที วงแขนแกร่งก็โอบกระชับเอวบางทั้งที่

ไม่รู้ไม่เข้าใจว่าทำไม

" ทำอะไรอยู่นะ หืม " ปรายนิ้วแข็งแรงหมุนวนเส้นผมนิ่มเล่นทั้ง

ทียังกอดร่างเพรียวแน่น

" ก็...มองหิมะ " เสียงหวานๆตอบอ้อมแอม รู้นะว่าไมชอบแต่ว่า

อ้อมกอดอบอุ่นดูจะแน่นแต่ก็ไม่อึดอัด คนตัวขาวถอนหายใจ

หนักๆลากให้คนในวงแขนเข้าไปยังห้องนั่งเล่นที่อบอุ่นกว่า

" ทำไม โกรธเหรอ " คนที่นั่งอยู่บนตักเปิดปากพูดหลังจากเห็น

ว่าอีกคนเอาแต่เงียบ

" โกรธทำไมละ ซึบาสะไม่ได้ทำอะไรผิดนิ " เสียงห้วนๆแต่ความ

อบอุ่นจากร่างกายก็ยังถ่านถอดให้แก่คนตัวบางคนนั้นไม่ขาด

ซึบาสะยิ้ม ซุกหน้าลงกับแผ่นอกแกร่ง ออดอ้อนโดยที่รู้ว่าทากิซา

ว่าต้องใจอ่อน

" ก็มันเพลินดีนี้นา แล้วอีกอย่างนายก็เอาผ้านี้ไปคลุมให้ฉันกาแฟก็

ชงให้ ฉันไม่เป็นหวัดหรอก " เหตุผลข้างๆขูๆที่ดูไม่ดีเอาซะเลยแต่

ก็มากพอที่จะทำให้อีกคนใจอ่อน

ทากิซาว่ารั้งใบหน้าสวยให้หันมาสบตากับตัวเอง ดวงตาสีอ่อนจริง

จังเปื่อมไปด้วยความรู้สึกข้างในที่แสดงเด่นชัดในดวงตา

" ฉันเป็นห่วงนิ กลัวซึบาสะจะไม่สบายไมได้เหรอ หรือฉันก็ไม่มี

สิทธิ์ที่จะคิดแบบนั้น " เสียงเงางอนกับใบหน้าหล่อที่เศร้าลงถนัดตา

ชักให้คนเอาแต่ใจต้องคิดหนัก

" ก็ทำไมนายจะไม่มีสิทธิ์ละในเมื่อนายเป็น..."

" ฉันเป็นอะไรซึบาสะ " ผิวแก้มแดงนั้นอยู่ห่างเพียงคืบ น่ามอง

และน่าคิดเข้าข้างตัวเองอย่างมาก

" พูดไปแล้วไง " มือบางๆตีเข้าให้ที่หน้าอกแต่คนโดนปทุ

ศร้ายกลับหัวเราะ แกล้งทำท่างอนที่มองแล้วไม่เหมือนเอามากๆ

" ไม่เห็นได้ยิน นี่บอกหน่อยสิ หรือว่านายแค่พูดเล่นๆถึงไม่ยอมพูด

ให้ฉันฟังนะ" คนขี้แกร่งเริ่มตีท่าทางเศร้าๆมีหรือที่คนขี้ใจอ่อนจะ

ไม่ยอมโอบอ่นให้เช่นทุกครั้ง

" ฟังให้ดีนะทากิซาว่า " ซึบาสะที่หน้าแดงอยู่ค่อยๆก้มหน้าลง

กระซิบชิดใบหูอีกฝ่าย กิริยานั้นทำเอาผิวขาวๆของทากิซาว่าขึ้นสี

" ฉันรักนาย " คำสั้นๆแผ่วเบา แต่ดังก้องตราตรึงในความรู้สึก

ทากิซาว่ารัดร่างเล็กแน่น ฉวยโอกาศก้มร่างหอมลงกับโซฟานุ่มริม

ฝีปากสีสดแย้มยิ้ม มือขาวๆก็เอื้อมไปบิดจมูกรั้นแรงๆ

" ถ้ารักฉันก็อย่าทำให้ฉันเป็นห่วงนักสิ รู้ไหมวึบาสะทุกครั้งที่ฉัน

เห็นนายไม่สบายแล้วฉันนะ " คนพูดซุกหน้าลงที่ซอกคอหอมๆ สูด

ดมกลิ่นกายของคนแรกอย่างถูกใจ ในขณะเดียวกันท่าทางเศร้าๆน้ำ

เสียงแบบนั้นก็ทำเอาอีกคนใจไม่ดี

" ฉันจะไม่ทำแล้วนะ ทากิซาว่า " เสียงหวานปฏิเสะทันทีไม่อยาก

ให้นายเศร้าถึงฉันจะชอบเห็นนายเป็นห่วงฉันก็เถอะ

" จริงๆเหรอ นายสัญญาว่าจะดูแลตัวเองดีๆไม่ทำให้ฉันต้องปวด

หัวใจเพราะห่วงนายใช่ไหม "

" นายทรมารเพราะห่วงฉันเหรอทากิซาว่า " คนที่นอนอยู่เอ่ยถาม
ทำไมพูดแบบนี้ ทำไมพูดเหมือนฉันเป็นภาระของนาย เป็นของไม่

สำคัญ ไม่ใช้คนรัก

" ทำไมละ ถ้าคนที่ฉันรักเจ็บถ้าหัวใจของฉันกำลังทรมารมันแปลก

เหรอซึบาสะ " เสียงใสๆไม่มีเค้าของความเศร้าถาม หน้าหล่อๆจับ

จ้องดวงตาโต ส่งผ่านความรู้สึกลึกๆที่แสดงออกอยู่ทุกครั้ง

รู้ว่าซึบาสะกังวนและไม่มั่นใจในความรู้สึกของเขา รู้ว่าเพราะ

อะไรที่ทำให้ร่างเล็กๆนี้ต้องทำเรื่องให้เข้าเป็นห่วง


" ฉันรักนายนะซึบาสะรักมากๆๆๆๆ" ดวงตาคมจ้องมองตากลมๆ

ใสของซึบาสะแน่วแน่

" ก็รู้แล้ว " เสียงอ่อยๆเบาๆจากปากอิ่ม หน้าสวยเบนหลบไม่ยอม

สบสายตาหวานๆล้อเลียน

" งั้นมารับบทลงโทษซะดีๆ "

ไม่นานห้องกว้างก็อบอวนไปด้วยไออุ่น เสียงครางหวานไที่ดังเล็ด

ลอดออกมาจากห้องนอน อุณหภูมิความร้อนสูงจนแอร์เย็นช่ำก็ไม่

อาจทำลายได้ถูกย้ำซ้ำแล้งซ้ำเล่า ตราบจนนิทรา

2007/Apr/28

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วยังมีเจ้าหญิงคนหนึ่งอาศัยอยู่บนปราสาทแก้ว ความงามของนางนั้นถูกขับขานว่างามกว่าหญิงคนใดๆในแผ่นดิน

ต้นไม้สีเขียวผืนดินกว้างใหญ่ไพศาล นัยน์ตาสีอ่อนมองผ่าน รถม้าคันหรูเคลื่อนกายช้าๆ ด้านข้างทั้งสองมีอัศวินอยู่ฝั่งละสามคน ทั้งคนต่างสวมเกาะมีดาบและโถ่ถืออยู่ ตลอดทางที่เงียบเหงาคงความเป็นธรรมชาติไว้ทุกประการ

" นายท่านใกล้ถึงคฤหาสน์ของท่านนากามารุแล้ว" ชายผมแดงที่ขับรถอยู่ส่งเสียงเรียก นายท่าน รถม้าเคลื่อนตัวผ่านประตูบานใหญ่มีคนคุ้มกันคอยเฝ้าตรวจตราว่าแขกที่มาไม่ได้พบอาวุธและไม่สามารถทำอัตรายเจ้าของบ้านได้

ทันทีที่เห็นว่าคนที่นั่งอยู่บรรถม้าเป็นใคร ชายหนุ่มที่เฝ้าประตูทั้งหลายก็คุกเขา ใบหน้าทุกคนซีก ก็พวกเขาดพิ่งได้กระทำการล่วงเกินเจ้าชายไปนะสิ!!

รถม้าคันนั้นเคลื่อนไปมีเพียงเสียงสั่งจากคนขับผมแดงเท่านั้นที่บอกให้ทุกคนลุกขึ้น ร่างขาวที่นั่งนึ่งลุก ก้าวออกมาด้วยท่าทางที่เรียกได้ว่าสง่างามไม่มีที่ติ

ใบหน้าหล่อเหลาดังรูปสลัก ทั้งริมฝีปากบางสีสด ดวงตาคู่นั้น ยากนักจะหาผู้ใดทรงโฉมได้เช่นนี้ คนรับใช้ทั้งชายและหญิงที่ออกมาต้อนรับต่างค้างกันเป็นแทบๆ ทั้งที่รู้ว่าท่านผู้นั้นเป็นใคร แต่ก็อดไม่ได้ที่จะตลึงไปกับความงามของใบหน้านั้น

ร่างของเจ้าของบ้านเดินออกมา ค้อมกายถวายความเคารพ ระบายยิ้มกว้างเมื่อได้สบใบหน้าเรียบเฉย

" เชิยด้านในนายท่าน " ร่างขาวเดินเข้าไปด้านในไม่ใส่ใจะมองท่าทางตกตลึงของคนที่ได้มองมา


ห้องหนังสือถูกเปิดออก เจ้าของบ้านเชื้อเชิยร่างที่แสนสง่างามให้เข้าไปด้าน

" เจ้าเองก็ได้ยินเรื่องเล่านั้นใช่ไหม " ถ้อยคำแรกที่ริมฝีปากบางสีสเเอ่ยถาม เจ้าของบ้ายยิ้มน้อยๆพยักหน้า

" ได้ยินแล้ว ท่านเองสดใสหญิงามผู้นั้นหรือทากิซาว่า " พระนามที่ไม่มีผู้ใอาจเอื้อมกล่าวออกมาโดยไร้ความเคารพเช่นนี้

" คงใช่ เราว่านางที่เล่าลือกันมาคงไม่มีตัวตนจริงๆหรอก ผู้ใดจะอยู่บนภูเขาแก้วนั้นได้ " ใบหน้าเรียบเฉยบอกชัดถึงความไม่เชื่อถื หากก็สนใจนัก

" ก็ใช่ แต่ว่าถ้าเป็นแบบนั้น ท่านเองคงไม่ออกมาหาถึงที่นี้หรอก จริงไหมทากิซาว่า " ยิ้มพราย

" นากามารุ ท่านพ่อของเรามีรับสั่ง หญิงงามที่คู่ควรบรรลังต้องเป็นหญิงจากปราสาทแก้วบนภูเขานั้นเท่านั้น " ใบหน้าเรียบๆเอ่ย

สหายคนสนิทอ้าปากค้างอะไรนะ นี้หมายความว่าทากิซาว่าต้องไปนำตัวนางผู้มีความงามเป็นหนึ่งในแผ่นดินมางั้นเหรอ

" เพราะการนนี้แหละที่เราต้องให้เจ้าช่วย นากามารุ " ร่างขาวเอ่ยบอก ใบหน้าเหวอของสหายดูน่าขันนักหากแต่ภาระกิจที่จำต้องทำก็ท้าทายให้เลือดในกายแล่นพร่านเกินกว่าจะแย้มสรวนออกมาได้

" อะ เอ่อ จะให้ข้าช่วยยังไงทากิซาว่า"

" ไม่ยากหรอก เราจะลอบออกจากปราสาทเจ้าจงนำความของเราไปบอกอาคานิชิที่ปราการทางเหนือ
ที่นั้นไม่มีศัตรูที่คิดจะรุกรานเราแล้ง จงพาอาคานิชิน้องเรามาพบเราที่ปราสาทเมื่อนั้นเราจะเริ่มแผ่นการ " น้ำเสียงนิ่งสงมมาดมั่นดังเช่นทุกครั้ง นากามารุพยักหน้า เชื่อเหลือเกินว่าหากเจ้าชายมั่นใจแบบนี้คงไม่มีท่างที่ภาระกิจจะไม่สำเร็จ

" ข้าจะแจ้งแก่อาคานิชิให้ ส่วนเรื่องป้อมไม่ต้องห่วงข้าจะประจำการอยู่ที่นั้นเอง " เมื่อสหายตกปากรำคำ เจ้าชายผู้ทรงโฉมก็แย้มยิ้ม รอยยิ้มที่งดงามดังแสงตะวัน

" งั้นเจอกัน "

รถมาเคลท่อนออกไปนานแล้วหากเจ้ของบ้านยังคงมองทางที่ว่างเปล่าเช่นอยู่เช่นเดิม หญิงงามกับเจ้าชายผู้มาดมั่น อยากรู้นักว่านางนั้นจะกำดวงใจเจ้าชายแห่งดินแดนเออารแลนได้รึเปล่า

ดวงตาคมเหม่อมองไปไกล ไกลถึงป้อมทางเหนือที่ห่างไกล ดวงหน้าหวานราวน้ำผึ้ง รอยยิ้มแสนสวยดังดอกไม้แรกแย้ม ยามาชิตะ ข้าจะได้พบเจ้าอีกแล้วนะ

ลมหนาวโชยมาพร้อมไอขาวเย็น ร่างบอบบางนั่งมองสีขาวบริสุทธิ์ของหิมะ ดวงตากลมเหม่อเลย
จนความอุ่นร้อนที่บ่าแตะลงมาร่างนั้นจึงได้สติ

" มองอะไรหรือโทโมฮิสะ " ถามน้องที่สะดุ้งเพราะแรงแตะเบาๆของตัวเอง ร่างบอบบางเจ้าของดวงตากลมโตหันมามอง ใบหน้าขาว ดวงตาเป็นประอ่อนโยนนั้น ยิ้ม

" ข้านั่งมองหิมะ ท่านพี่อย่าได้ห่วงเลย " ตอบพร้อมกับใบหน้าหวานที่มีเค้าของความเศร้าชัดเจนจะหันกลับที่เดิม ทางที่เต็มไปด้วยสิขาวของหิมะ

...นี้เจ้ายังรออยู่รึโทโมฮิสะ...

" งั้นพี่ไม่กวนแล้วนะ " ปลดผ้าคุมของตัวลงหมบนบ่าบอบบาง ดวงหน้าหวานมองพี่ชายคล้ายจะขอบคุณ ร่างขาวยิ้มให้ก่อนเดินจากไป

" เจ้าชายทำไมมาเดินอยู่ที่นี้ " ดวงตาเรียวมองมาอย่างตำหนิ พรางเดินมาดึงคนที่มีศักดิ์เป็นเจ้าชายไป

" อะไรกันคาซึยะยังไม่หายงอนข้าอีกหรือ ทำไงนาถึงง้อคาเมนาชิ คาซึยะคนเก่งได้ " ใบหน้าทเล้นมอง น้ำเสียงกรุ่มกริมยาวเอ่ยถาม ร่างบางที่รากเจ้าชายรูปงามไปไม่ตอบแต่พาร่างขาวมายังห้องห้องนึง

ผ้าคุมผืนใหม่ถูกยื่นให้ ร่างสุงเพียงรับมาไม่เอ่ยวาจาให้ร่างบางตรงหน้าต้องขุ่นเคืองอีก

" คาซึยะ" วงแขนแข็งแรงดั่งร่างน้อยที่ยืนนิ่งมากอด ถ่ายทอดความอบอุ่นให้ร่างแบบบางนั้น ริมฝีปากแนบลงมาที่ขมับจูบลงไปเบาๆ

"อย่านาจิน ท่านทำแบบนี้มันไม่ " ปรายนิ้วแตะลงที่กลีบปาก ดวงตาคมที่มองมาห้ามปราบ ร่างบางก้มหน้ารู้ดีแก่ใจถึงไม่เอ่ยคำนั้นแต่มันก็ดังก้องในหัว ไม่เหมาะสม เขารู้ดี

" อย่าพูดอีกคาซึยะ ข้าไม่อยากฟัง รู้ไหมเพียงมีเจ้าในอ้อมแขนของข้า ข้ายังอดคิดไม่ได้ว่าฝันไปอย่ากล่าวคำคำนั้นอีก " ดวงตาเรียวรีมองสบ

" ทำไมละในเมื่อมันเป็นความจริง สักวันท่านก็ต้องอภิเสกกับเจ้าหยิงสักองค์ คนที่งามและเพียบพร้อมคนที่คู่คสรกับท่าน " เสียงเครืออแย้ง

" คนที่งามและเพรียบพร้อมคู่ควรกับข้ามีเพียงคนเดียว คนที่ไม่ยอมรับคำหมั่นหมายของข้าเสียที่คนนี้ยังไงละ " ใบหน้าหล่อโน้มลงสัมผัสริมฝีปากบางที่เจี้ยวแจ้วพูดป่าวๆว่าไม่เหมาะสมๆนั้น

น้ำตาไหลลงอาบแก้มขาวเนียนช้าๆอย่างสุดกรั้นทำไม ทำไมถึงรักข้าขนาดนี้ ทั้งๆที่ข้าไม่มีอะไรเทียบท่าน ท่านที่เป็นถึงเจ้าชาย ทำไมต้องมาสนใจข้า อย่าทำให้ข้าหวั่นไหวนักเลย อาคานิชิ จิน ถ้าวันใดที่ข้ามอบใจให้ท่านจนหมดข้าจะทนได้หรือเมื่อท่านจากข้าไป

คนที่เกลี่ยน้ำตาบนแก้มขาวออก ยิ้ม ประคองใบหน้าสวยให้เงยสบ

" รู้ไหมข้ารักเจ้าขนาดไหนคาซึยะไม่มีวันและไม่มีทางที่ข้าจะทิ้งเจ้าไป อย่าคิดเรื่องแบบนี้อีกนะ " พูดราวกับล่วงรู้จิตใจคนที่หวั่นไหว ใบหน้าสวยซบลงที่อกแกร่งปล่อยให้ความอบอุ่นของร่างสุงโอบล้อมปล่อยน้ำตาให้ไหล ข้าอยากจะลืมไม่อยากรับรู้ความจริงเลย อยากจะเป้นคนที่ท่านรักและบอกรักท่านได้เต็มปาก อยากบอกท่านเหลือเกิน คาซึยะคนนี้ก็รักท่าน จิน

ลมหนาวพัดพาพร้อมหิมะ ขบวนเดินทางเล็กๆ เคลื่อผ่านหน้าผาใหญ่ใกล้ถึงทางเข้าเมืองแล้ว
อีกเดียวคงถึงปราการพิทัก

" เจ้าชาย " เสียงเรียกจากแขกดังเมื่อร่างขาวเดินเข้ามา ใบหน้าหล่อเหลาตกตลึงอย่างห้ามไม่ได้

" มาได้ยังไงกันนากามารุ " เดินไปหาคนที่นั่งหน้าเตาพิง ผ้าห่มผืนหนาที่คุมกายเจ้านั้นอยู่ก็รู้ทันที โทโมฮิสะมาถึงก่อนข้ารึนี้ ดวงตาคมมองรอบๆเพื่อจะพบน้องของตน

" เพิ่งออกไปเมื่อกี้ บอกว่าจะหาซุปอุ่นๆให้ข้าดื่ม "

" เจ้ามาได้ยังไงนะ " เดินไปนั่งเก้าอี้ใกล้ๆ

" พี่ชายของเจ้านั้นแหละ ให้ข้ามา" ลอบสังเกตสีหน้าตื่นๆของร่างขาว

" ท่านพี่นะรึ มีเรื่องอะไรด่วนรึเปล่านากามารุ"

" ก็เปล่าหรอก กษัตริย์จะให้ระองค์พาตัวเจ้าหญิงบนภูเขาแก้วมาประดับบัลลัง " ทันที่ที่ได้ฟังใบหน้าขาวก็ซีดลง

" ใครคู่ครองของข้าหรือท่านพี่ " ยังไม่ทันที่ผู้เป็นแขกจะตอบ ร่างบางสองร่างก็เข้ามา ใบหน้าขาวสวยของคนผมซอยสั้นสีอ่อนนิ่ง มองสบดวงตาของเจ้าชาย ซวยเเล้ว นากามารุลุกขึ้นเดินไปหาเจ้าชายองค์เล็ก ดึงให้มานั่งอีกมุมของห้อง ซุปหอมๆที่ร่างบางนั้นถือมาถูกเปลี่ยนมาอยู่ในคู่แข็งแรง

" นี้มนเรื่องอะไรกัน ยูอิจิ " ดวงตากลมโตมองอย่างอยากรู้กระซิบถามเบาๆ

" ไม่มีอะไรหรอก อย่าห่วงเลย "ยิ้มให้ เหลือบมองร่างสูงกับร่างบอบบางที่ยืนมองตากันนิ่ง

" เจ้าหญิงพระองค์นั้นดุเหมือนทากิซาว่าจะไปสู่ขอเพื่อเป็นคูาครองของพระองค์นะ " ส่งเสียงบอกเดียวสองคนนั้นได้กลายเป็นรูปปั้นเพราะเอาแต่ยืนสบตากัน

" จริงหรือ ทำไมไม่พูดให้เร็วกว่านี้นากามารุ " เสียงเข้มเอ่ยตำนิในตอนท้าย ร่างสูงรั่งให้คนตัวบางเดินตาม

" จริงสิ ไม่ได้ทรงตรัสไว้หรอก แต่ข้าคิดว่าน่าจะเป็นแบบนั้นยังไงซะ ก็ทรงทราบดีว่าท่านกับ " มองไปที่ร่างขางบางที่นั่งอยู่ข้างๆเจ้าชายหนุ่ม ใบหน้าหล่อพยักตอบรับรู้ แขนที่เอื้อมพาดอยู่ด้านหลังรั้งไหล่บางของร่างข้างๆแน่น ยิ้มให้

...เห็นไหมยังไงคนที่ข้าจะแต่งงานด้วยก็มีเพียงเจ้า..

" แล้วท่านพี่ให้เจ้ามาทำไมนะ " ปรายตามองคนที่นั้งซดซุปอยู่บนเก้าอี้

" ท่านทากิซาว่าให้มาเชิญท่านไปพบส่วนที่นี้ข้าจะรับดูแลให้เอง " แจ้งธุระ ชำเรืองมองดวงตากลมโตที่หลบสายตาไป ผิวแก้มเนียนสีน้ำผึงขึ้นสีระเรื่อ

" ออ เข้าใจละ " ยิ้มๆมองตาคนที่ท่อมาไกลเพื่อแจ้งข่าวอย่างรู้ทัน ท่านพี่เองคงเป็นใจให้สองคนนี้มิฉะนั้นคงไม่ใช้ให้นากามารุมาแน่

วันต่อมาเจ้าชายอาคานิชิก็ออกเดินทางไปอาณาจักรเจอาร์แลน ใบหน้าหล่อยิ้มไม่หยุดผิดกับอีกคนที่เอาแต่ทำหน้าบึงตึง

"เป็นอะไรคาซึยะ" แกล้งถามทั้งๆที่รู้เหตุผลดีอยู่แล้ว
ว่าเพราะอะไร ร่างบางถึงต้องมาอยู่ตรงนี้ร่วมขบวนเดินทางทั้งๆที่ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

" ท่านจะพาข้ามาด้วยทำไม " เสียงประชดดัง ด้านนอกคนของเจ้าชายต่างแอบยิ้มดูสิดุขนาดนี้เจ้าชายของพวกเขายังรักเดียวใจเดียวอยู่ได้

" ก็เจ้าเป็นคนรักของข้านิ จะให้มาด้วยก็ไม่แปลก " ร่างบางกำมือแน่น สุดจะทนจริงๆ

" ก็ไม่เห็นต้องให้มาด้วยนิ " ถามเสียงดัง คำว่าคนรักของจินทำให้เขาหวั่นไหวนัก ใจดวงน้อยที่ร้อนรุมไปด้วยไฟแห่งอารมณ์มอดลงแทบจะทันทีที่ได้ยินคำนั้น แต่ความกลัวในใจลึกๆก็ดูมากขึ้นด้วยเช่นกัน

" จะให้ข้าเจอกกับ..." ดวงตาคมมองร่างเล็กที่ก้มหน้า กลัวท่านพ่อสินะ

" อย่าห่วงเลยคาซึยะ ท่านพ่อนะเป็นใจดีนะ ท่านต้องเข้าใจข้าอยู่แล้ว " ดึงร่างบแบบางที่เอาแต่ก้มหน้ามากอด

" ไม่ว่ายังไงคนที่ข้าต้องการ ความปราถนาหนึ่งเดียวของข้า "จับบ่าเล็กๆให้ออกห่าง จ้องตาเรียวที่ดูสับสน

" เจ้าคนเดียวคาซึยะ " ริมฝีปากสีสดแนบลงกับกลีบปากนิ่ม

ร่างบางไม่ขัดขืน ปล่อยให้ ร่างสูงล่วงล้ำเข้ามาตอบสนองอย่างขลาดเขิน

...จิน แม้ข้าจะไม่มั่นใจ หากเพื่อท่าน..

คาเมนาชิหลบตาลงโอบกอดแผ่นหลังกว้างให้แนบชิด ขบวนรถม้าเคลื่อนผ่านกองหิมะ เส้นทางที่สั่งให้ทหารมาทำไว้ไม่ว่าหิมะจะตกแค่ไหนก็ไม่ต้องห่วง


อีกด้านกษัตริย์จินมูโช กำลังนั่งมองลูกชายคนที่สอง ทรงทราบดีว่าเจ้านี้มีความรัก ถึงขนาดยอมไปอยู่ป้อมทางทิศเหนือที่หนาวตลอดทั้งปีแบบนั้น

ห้องโถงที่ทั้งใหญ่และกว้าง จินนั่งข้างๆพี่ชาย ใบหน้าเรียบเฉยงดงามสงบนัก ทั้งๆที่อีกไม่นานก็ต้องไปพบหญิงที่ไหนก็ไม่รู้เพื่อพามาอภิเสก ไม่รู้ว่าจะมีอัตรายเท่าไหร่รออยู่นี้ท่านพ่อคิดอะไรอยู่นะ

ร่างบางที่นั่งข้างๆเกร็ง หลบสายตาคมของคนที่นั่งบนบัลลังสีทอง

" เจ้าคาเมนาชิสินะ " เสียงทรงอำนาจเอ่ยขึ้น เจ้าชายอคานิชิสะดุ้งเอาแล้วไงละเม็ดเหงื่อพุดขึ้นรอบๆดวงหน้าหล่อเหลา

" พะ..พะยะค่ะ " ร่างบางลุกขึ้นถวายความเคารพแต่เสียงหัวเราะดังก้องจากชายสูงวัยก็ดังขึ้นซะก่อนใบหน้าสวยแดงวาบ เบนสายตามองที่คนรัก

จินกำมือแน่นนี้ท่านพ่อคิดจะแกล้งคาซึยะเหรอ ห่วงก็ห่วงแต่ก็ทำอะไรไม่ได้

" ไม่ต้องๆ มานี้มา " กวักมือเรียกให้ร่างบางเข้าไปหา จินมูโชจับร่างบางหันซ้ายหันขวาก่อนจะยิ้ม

" ผ่าน เลือกลูกำสะใภ้ข้าได้ดีมากจิน " ชมลูกชายที่หน้าเหวอ

" ครับ " เสียงตอบรับลอยออกมาแผ่ว ก่อนร่างสูงจะลุกขึ้นเดินตรงไปจับข้อมือขาวของคนรัก

" ครับ คาซึยะน่ารัก " พูดจบก็ดึงร่างบางลงมา

" หวงจิงนะ เอาเถอะ คาซึยะเหรอ ระวังไว้ละจินนะเจ้าชู้นะ เอางี้เดียวข้าจะจัดงานแต่งงานให้ อย่าห่วงเลย " คาซึยะนั่งหน้าแดงทันที่ที่ถ้อยดำรัสจบ

เสียงพูดคุยอย่างสนุกสนานต้อนรับเจ้าชายกลับมาพร้อมการแสดงเล็กๆน้อยๆ ทากิซาว่าพาอคานิชิไปดูงานส่วนต่างๆที่ต้องรับผิดชอบยามที่พระองค์ออกเดินทาง

สองพี่น้องต่างแลกเปลี่ยนความคิดกัน ไม่นานวันเดินทางก็มาถึง เจ้าชายรูปงามขี้ม้าสีขาวออกไปเพียงลำพัง

ป่าทึบที่ดูน่ากลัวหากร่างสง่างามบนหลังอาชาขาวปลอดก็ตรงเข้าไป หาได้หวั่นเกรงไม่ ใบหน้าดังรูปสลับยังคงสงบนิ่งเฉกเช่นทุกที

" ช้าก่อนนายท่าน " เจ้ากบสีเขียวเข้ามาขวางตรงหน้า

ทากิซาว่าหยุดม้าของพระองคืจ้องมองร่างจ้อยร่อยนั้น

" ถ้าท่านจะไปภูเขาแก้วละก็ตามข้ามาดีกว่า " เจ้ากบบอกก่อนนำเจ้าชายรูปงามไป มันไม่มองกลับมาเหมือนไม่สนใจว่าพระองค์จะตามไปไหม

กระท่อมเล็กๆวอมซ่อคือจุดหมายที่ม้าสีขาวขนยาวเป็นมันหยุดลง ร่างขาวจัดลงจากหลังมาเปิดประตูเข้าไป ไม่มีทาทีให้เห็นว่า ชายหนุ่มรูปงามจะนึกรังเกียจความสกปรกซอมซ่อของที่นี้เลยสักนิด

เจ้ากบสามตัวในห้องลอบมองกันและกันแล้วยิ้ม เจ้ากบที่นำทางเข้ามาเชิยให้ร่างขาวนั่งบนเก้าอี้ตัวที่สามของบ้าน อีกสองตัวมีกบตัวใหญ่กว่านั่งอยู่

" แล้วเจ้าไม่นั่งหรือ " ความฉงนบนใบหน้าขาวทำเอาเจ้ากบตัวโตหัวเราะลั่น

"ท่านจะบอกว่าให้เจ้านั้นนั่งส่วนท่านจะยืนเองงั้นรึ "
เจ้ากบตัวโตอีกตัวที่นั่งอยู่บนเก่าอี้ถาม บนหัวของมันมีหมวกทรงแปลกสวมอยู่

ร่างขาวจัดพยักหน้า เจ้ากบสามตัวต่างหัวเราะลั่น ตั่งแต่ทำหน้าที่ล่อลวงเอ้ยนำทางผู้ที่จะไปช่วยเจ้าหญิงบนภูเขาแก้วไม่มีใครเป็นแบบนี้สักคน ไม่รังเกียจความสกปรกซอมซ่อของที่นี้ แล้วยังจะมีน้ำใจล้นเหลืออีก ( มีน้ำใจแน่เรอ.ออ)

" ทำไมเจ้าไม่นั่งละเจ้าเป็นแขกนะ " กบตัวโตอีกตัวที่นั่งเก้าอี้อยู่ถาม

ร่างขาวจัดยิ้มริมฝีปากสีสดขยับอย่างน่ามอง
" ก็ท่านจะบอกทางไปภูเขาแก้วให้ข้าไม่ใช้เหรอ ตัวข้าเองมาข้อความช่วยเหลือจากพวกท่านก็ไม่อยากที่จะ เบียดเบืยนความสะดวกหนึ่งเดียวของท่านหรอก" น้ำเสียงนุ่มๆทุ้มๆชวนฟังถึงแม้ประโยคที่พูดจะดูแม่งๆไปหน่อยแต่เจ้ากบทั้งสามก็เห็นพร้องต้องกันว่า คนนี้ละคนที่รอคอย

ทั้งสามบอกเส้นทางไปยังภูเขาแก้วและมอบถุงมือที่ทำจากเหล็กให้หนึ่งคู่

" ใช้เจ้านี้ปีนผู้เขานะรับรองตกลงมาตายแน่ๆ เอ้ย.คือรับรองถ้าใช้เจ้านี้ไม่ตกแน่นอน " เจ้ากบใส่หมวหัวเราะร่าเมื่อพูดถึงว่าถ้าตกลงไปละก็...

" อะอันนี้ลูกนัทสารพัดดนึก ถ้าเจ้าอยากได้อะไรแค่อธิฐานแล้วกระเทอะเปลือกมันสิ่งที่เจ้าต้องการจะออกมาเอง " ส่งลูกนัทสามลูกให้

" แล้วก็นี้ข้าให้ เอาไว้ใช้รับรองสักวันเจ้าได้ใช้มันแน่ " หลอดเจลถูกส่งยื่นให้ เจ้ากบตัวโตทั้งสองเบิกตากว้างมองเจ้ากบตัวเล็กเคืองๆ

ทากิซาว่าเอ่ยขอบคุณก่อนจะออกเดินทาง แผ่นหลังกว้างหายไปในป่าร่างกบทั้งสามก็กลางร่าง

" ทำไมนายให้ไอ้นั้นกับหมอนั้นฮะ โคอิจิ " ชายใสหมวกเอ่ย

" ใช่เเบบนั้นเหมือนยกซึบะจังให้เลยนะ " ชายหนุ่มรูปงามอีกคนพูดบ้าง

" ก็แล้วไงละนายสองคนเองก็ชอบเขาไม่ใช่เหรอ ฉันว่าคนนี้แหละที่จะดูแลปกป้องซึบะจังของเราได้ " ชายหนุ่มร่างเล็กเอ่ยมองตามทิศทางที่ร่างขาวหายไป

" เอาไปเหอะโทโมยะ โคะจังมีบรรชาแล้วใครจะกล้าขัดละ " ดึงให้ร่างสูงเดินไป


ตามเส้นทางที่เจ้ากบทั้งสามบอก เจ้าชายทากิซาว่าก็พบ ปราสาทแก้ว ใบหน้าเรียบเฉยแย้มยิ้ม แม้เพียงน้อยนิดหากก็เป็นดังแสงเจิดจ้าสว่าง
เจ้าชายหนุ่มขี่ม้าไปยังเนินเขาด้านล่าง มองถุงมือที่ได้รับมา ยิ้มพราย

เป็นอย่างที่คิดจริงๆด้วย เจ้ากบสามตัวนั้นเกี่ยวข้องกับเจ้าหญิงจริงๆ ร่างขาวจัดลงจากหลังม้า สำรวจดูรอบๆถ้าไม่มีอาวุธที่ได้รับมาคงยากที่จะปีนขึ้นภูเขานี้ ผิวปากเบาๆ ม้าทรงสีขาวก็ย่างเยอาะๆมา ทากิซาว่าลูบหัวมันสองสามที

" เห็นทีเจ้าต้องช่วยข้าแล้วละ โทมะจัง " หัวเราะเบาๆเมื่อเจ้าม้าส่งเสียง

" เอาน่าถ้าเจ้าช่วยข้างานนี้ ข้าจะปล่อบเจ้าเป็นอิสระ " ตรัสกับเจ้าม้า เนตรงามพราวระยับ

ไม่นานเจ้าม้าสีขาวก็ยอมให้เจ้าชายรูปงามขึ้นขี่ปีกสีขาวบริสุทธิ์กางออกจนสุด ทั้งคู่ลอยขึ้นบนฟ้า
ไม่นานเจ้าชายหนุ่มก็มาถึงยอดเขา ปราสาทหลังงามปรากฏอยู่ตรงหน้า

ไม่รอช้าร่างขาวจัดเดินเข้าไปกวาดสายตามองจนทั่ว ที่นี้เงียบนัก เหมือนไม่มีใครอยู่ เดินเข้าไปบนหอคอยสูงที่มีเพียงหนึ่งเดียว บางทีเจ้าหญิงอาจอยู่ที่นั้น

ทากิซาว่า มองไปที่ม้าสีขาวของตัวเอง ดวงตาหรี่ลง คิดอะไรดีๆออกแล้ว เจ้าชายหนุ่มตรงไปยังม้าสีขาวที่ก้มลงกินน้ำข้าต้นไม้ เหมือนมีใครสักคนเตรียมไว้ให้

" พาข้าขึ้นไป " สิ้นคำสั่งร่างแกร่งก็ก้าวประทับบนหลังอาชาสีขาว เจ้าม้าส่งเสียงฮึดฮัดก่อนพาร่างขาวไปยังยอดหอคอย ปล่อยให้เจ้าชายหนุ่มปียเข้าไปทางหน้าต่างตัวเองถึงกลับลงมา

ทากิซาว่ามองรอบๆห้อง เตียงนอนที่ตั่งอยู่ติดกำแพงกระจกที่ทีลวดลายแปลกๆ นอกจากนั้นแล้วของในห้องล้วยแปลกตา เจ้าชายเดินออกไปอีกห้อง ร่างทั้งร่างดังต้องมนต์ เนตรงามสะท้อนภาพเบื้องหน้า

ร่างแบบางกำลังนั่งอยู่บนอ่างน้ำ ผิวเนียนสีน้ำผึ้งที่สะท้อนในม่านตานวลเนียนน่าสัมผัสริมฝีปากอิ่มเต็มราวเชิญชวนให้จุมพิต เลยมาถึงผิวแก้มที่แดงเรื่อ ดวงตากลมโตที่มองมา ดูท่านางจะตกใจนะ
แต่เอ...เดียวก่อน นางเหรอ

เป็นเจ้าชายหนุ่มบ้างที่นิ่งงันไป ก็ร่างตรงหน้านะ ผู้ชายไม่ใช้เหรอ ที่ที่ควรมีเนื้อนุ่มนิมกลับหายไป แต่ความงามที่ตรึงสายตานี้ อึก ทากิซาว่ากลืนน้ำลายอย่างยากลำบากนี้มันอะไรกัน

" ทะ ท่านเข้ามาได้ยังไง " ร่างบางฉวยผ้าผืนน้อยจากก้านข้างมาปกปิดร่างกายส่วนบนที่ถูกจ้องมองจนเห็นไปถึงไหนๆ ใบหน้าสวยแดงซ่านอับอายนักที่ให้คนอื่นพบเห็นในสภาพเช่นนี้

" ขอโทษด้วย แต่ข้ามาหาเจ้าหญิงที่ลำลือกันว่างามนักหนา " ร่างขาวหันหลังให้ เอ่ยตอบ ผิวแก้มขาวก็แดงไม่แพ้กัน

" ข้า..เอ่อ " อึกอัก จะให้บอกยังไงละ จะให้บอกว่าเจ้าหยิงที่ท่านตามหาก็ข้านะเหรอ ร่างบางเดินออกจากอ่างหิน หยิบเสื้อคุมข้างๆมาสวม

" ไปห้องโน้นก่อนได้ไหมข้าจะแต่งตัว " ดวงตามหวานมองไปยังห้องนอนของตัวเอง ร่าวขาวจัดที่เดินไปช้าๆ ดวงตาสีอ่อนที่มองมารู้สึกไปเองไหมทำไมมันระยับะยับแพรวพราวขนาดนั้นละ ราวกับจงใจ ผิวแก้มเนียนแดงซ่าน เมื่อนึกว่าชายหนุ่มคนนั้นได้เห็นเรือนร่างที่ใครไม่เคยเห้นมาก่อนของตัวเอง

ทากิซาว่านั่งบนเตียงหลังเล็กข้างผนังสำรวจมองห้องนอนอีกครั้ง หน้ากระจกมีเครื่องประดับมากมายไม่ว่าจะเป็นกำไร ต่างหูแหวน ดูน่ารักจังแฮะ
ไล่สายตาไปเลื่อยๆ อืมจะว่าไปถึงจะเป็นผู้ชายแต่สวยแบบนี้บางทีอาจเป็นเจ้าหญิงก็ได้นะ นึกๆไปภาพร่างบางเมื่อครู่ก็แวบเข้ามา ริมฝีปากบางยิ้ม รอยยิ้มที่ไม่ค่อยมีใครได้เห็นนักแต่ทุกคนลงความเห็นว่า เมื่อใดก็ตามที่ทากิซาว่ายิ้มแบบนี้ จงรีบหนีไปไกลๆ เพราะมันสุดจะเจ้าเล่ห์นะสิ

เจ้าชายรูปงามนั่งรอไม่นานร่างแบบางก็เดินเข้ามาพร้อมเสื้อผ้ามิดชิด การแต่งตัวที่บอกได้เลยว่าคนตรงหน้าคือผู้หญองแถมสวยซะบักถ้าไม่ได้เจอเมื่อกี้คงยากจะคาดว่าคนตรงหน้า คือเพศเดียวกันกับตัวเอง

" เอ่อ ท่าน " ใบหน้างามก้มต่ำไม่ยอมสบตามือสองข้างที่ประสายกันอยู่ดูน่ารักนักในสายตาของร่างขาวจัด

" ทากิซาว่า ฮิเดอากิ " ยิ้มพราย ดวงหน้าสวยที่แต่งไปด้วยสีแดงจางๆบนผิวแก้มชวนให้สัมผัสนัก

" เอ่อท่านทากิซาว่ามาตามหาเจ้าหญิงสินะ " รำพึงเบาๆ โดยไม่รับรู้เลยว่าร่างที่นั่งนิ่งเมื่อครู่ลุกขึ้นมายืนจนชิด ร่างบางเงยหน้าขึ้นแทบจะถอยหลังไม่ทันกับระยะห่างที่แสนสั้น

" เอ่อ มีอะไรให้ข้าช่วยรึเปล่า " ถามออกมา ดวงหน้างามยังคงเสมองอีกทางไม่ยอมมองหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มอีกคน

" ช่วยหรือ ข้าไม่ต้องการหรอก แต่อยากจะร้องเรียกสิทธิ์ของข้า " เอ่ย จ้องมองดวงหน้างามที่หันมามองช้าๆ ผิวแก้มยังคงแดงเรื่อเช่นเดิม

" สิทธิ์ของท่าน " เสียงหวานคล้ายรำพึงกับตัวเอง

" ใช่ ไม่มีใครบอกหรอหรือเจ้าหญิงการ " ร่าวขาวก้าวเข้าไปใกล้ร่างบอบบางอีกก้าว

" การพูดเฉไฉก็ไม่ต่างอะไรกับการจงใจโกหก " กระซิบข้างใบหู ความร้อบวูบวาบลามไปทั่วผิวหน้าสวย

เขารู้ รู้ว่าข้าคือเจ้าหญิงที่ถูกลำลือกัน วงแขนแข็งแรงโอบกอดแผ่นหลังเล็กไว้เมื่อไหร่ไม่อาจรู้ แต่ริมฝีปากที่โน้มมาใกล้นั้นทำให้หัวใจที่สั้นไหวอยู่แล้วแทบหยุดเต้นใบหน้างามนิ่งค้างตกตลึงนัก จนความอุ่นแนบลงมาร่างบางถึงคิดได้ ทำไมข้าไม่หลบนะ ริมฝีปากบางเค้นคลึงเบาๆแทะเล้มความหวานภายนอกไม่คิดร่วงเกินกว่านี้ให้ร่างในอ้อมแขนต้องกลัว จวบจนพอใจร่างแข็งแกร่งจึงปล่อยให้ร่างเล็กเป็นอิสระ

" ว่าไงละ เจ้าหญิงจะไม่บอกนามของท่านให้ข้าทราบเลยรึ " จ้องมองใบหน้าสวย ร่างที่ซบอบู่กับแผ่นอกหอบหยใจอย่างห้ามไม่อยู่เสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นแรงจนแทบจะหยุดแต่ทำหัวใจของหมอนี้ถึงได้ เต้นแรงกว่านะ

" ซึบาสะ ข้าชื่อซึบาสะ "

*******


ด้านล่างอาชาสีขาวแลดูสง่างามเดินวนไปวนมาสุดท้าย จึงตัดสินใจเดินเข้าไปในปราสาท หน้าเตาพิงขนาดใหญ่มีหมอหลายใบเรียงซ้อยกันอยู่ข้างๆมีฟางและขนมปังเนื้อดี ม้าโทมะย่างเหยาะๆ

นี้ก็อีกเหมือนมีคนเตรียมไว้ให้เลย

ท้องฟ้ามืดมิดมองไปทางไหนก็สุกสะกาวแพรวพราวด้วยมวลหมู่ดวงดาวนับล้านเจ้าชายทากิซาว่ายืนรับลมเย็นๆที่หน้าต่าง ไม่นานเจ้าหญิงซึบาสะก็เข้ามานำอาหารหน้าตาน่าทานเข้ามาด้วย

ทั้งคู่ต่างนั่งเงียบปล่อยบรรยากาศให้ตกอยู่ในความวังเวง เจ้าชายรูปงามแอบขำเลืองมองใบหน้าสวยของอีกฝ่ายบ่อยครั้ง

ทำไมนะทั้งที่งดงามเช่นนี้ไม่น่าเชื่อเลยว่าเจ้าจะเป็นชายแต่ก็นั้นแหละ ทำไมต้องเก็บตัวเองบนปราสาทแก้วที่เวิงว้างเช่นนี้ คงเหงามากสินะ

ร่างบางของอีกคนนั่งนิ่งด้วยกิริยาไม่ต่างกันเนตรคมแอบมองใบหน้าขาวหล่อเหลาปานรูปสลักอยู่บ่อยครั้ง

ผู้ที่มีความงามเช่นนี้ซ้ำยังคิดมาช่วยข้าแต่ว่าตัวข้าเองที่เป็นชายคงไม่สามารถทำให้ปราถนาของคนผู้นี้เป็นจริงได้

ซึบาสะนำทากิซาว่าไปอีกห้องหนึ่งที่นั้นมีที่นอนจัดเตรียมไว้แล้ว เจ้าชายหนุ่มดูจะไม่แปลกใจนัก

" คืนนี้ท่านพักที่นี้เถิด " ร่าาบางบอก

" แล้วเจ้าละ " เจ้าชายหนุ่มมองตามชายผ้าที่เคลื่อนออกไปถึงประตู

" เอ้ " เสียงอุทานเดียวของเจ้าของใบหน้าแปลกใจ

" ก็ข้ามาที่นี้เพื่อช่วยเจ้าหรือก็คือมาเพื่อพาเจ้าไปเป็นเจ้าสาวของข้า แล้วเจ้าจะทิ้งให้สามีนอนที่นี้อย่างเดียวดายหรือซึบาสะ " ใบหน้าเรียบๆ รับสังที่คล้ายตำนินั้น น่าขัดเคืองนัด

อะไรกันน่ะ คิดว่าข้าใจง่ายยอมตกลงปลงใจกับทุกคนที่ขึ้นมาถึงที่นี้งั้นเหรอ ท่านมันคนทุเรศที่สุด ทั้งๆที่รู้ ทั้งๆที่ท่านเองก็รู้ว่าข้าไม่อาจเป็นเจ้าสาวได้ยังเอ่ยวาจาเช่นนี้ประชดข้า คงเห็นว่าการที่สู้อุสาหลำบากเดินทางมาถึงที่นี้เสียเปล่าละสิ

ใบหน้าสวยเชิดขึ้นบอกความหยิ่งทนงความดื้อรั้นที่มี ทากิซาว่าซ้อนความแปลกใจในดวงตา

นี้ข้าพูดอะไรไม่ถูกหูรึ ก็ในเมื่อมันเป็นความจริงทำไมต้องโกรธด้วยนะ หรือว่าเจ้าไม่อยากเป็นชายาของข้า

" หรือเจ้าไม่พอใจข้า " เสียงเข้มถาม

" ข้ารึจะไม่พอใจท่าน ทั้งรูปลักษณ์ สิ่งที่ท่านเป็น " ดวงตาคมไล่สายตาสำรวจการแต่งตัวที่บอกยศศักดิ์ของอีกฝ่ายเหยีอดเยอะ

" ท่านเองต่างหากที่ต้องผิดหวังที่ข้าไม่ใช้หญิงงามและคงไม่อาจมอบความสุขหฤหรรสดังที่ท่านหวังได้"

สินคำร่างแบบบางก็เดินจากไปทิ้งเจ้าชายหนุ่มผู้งงงันเอาใจ ปากบางได้รูปสวยแย้มออก

ยังงี้นี้เองเจ้าคิดว่าข้า ..หึ ก็ดีเหมือนกันในเมื่อเจ้าคิดเช่นนั้นขาก็จะทำให้ดูเอง

ร่างขาวเดินออกไปมองอีกห้องที่จำได้ว่าเป็นห้องเดียวกับที่ตัวเองแอบเข้ามา แต่ทันทีที่บานประตูเปิดออกกลับมีเพียงห้องว่างให้เห็นเท่านั้น ความงุ้นงงฉายชัดในแววตาเจ้าชายหนุ่มเดินไปห้องอื่นๆและมันก็เป็นเเบบเดิมทุกครั้ง

เสียงกระทบกันของบางสิ่ง หัตน์ขางเอื้อมดึงลูกนัททั้งสามออกมา ยิ้มพรายบางทีเจ้านี้อาจใช้ได้

ทากิซาว่าอธิฐานและการเทาะเปลือกลูกนัทลูกแรกออก เข็มทิศอันเล็กก็ล่วงออกมา เจ้าชายหนุ่มวางมันไว้บนมือ มองทางทิศทางของเข็ม เมื่อเดินตามทางที่ได้บอกไว้ก็พบกับบานประตู

" เจ้าคิดว่าข้าเป็นคนแบบไหนเหรอซึบาสะ " เสียงทุ้มถามพร้อมถือิวสาสะเปิดประตูออก ร่างบางที่นั่งอยู่หน้ากระจกสะดุ้ง ไม่คาดคิดว่าคนๆนี้จะหาทางมาได้ถูก

" ทะ ท่านเข้ามาได้ยังไง " เสียงสั่นๆถาม มือเรียววางลงที่หน้าตัก

" ก็.....เดินมาไง" ใบหน้าหล่อยิ้มทะเล้นซึ่งเห็นไม่นัก น้อยครั้งที่จะทรงแสดงความรู้สึกออกมา แต่เมื่ออยุ่หน้าคนผู้นี้ดูพระองค์จะดึงทุกอารมณ์ที่อยู่ในห้วงความรู้สึกออกมาจนหมด เหมือนน้ำแข็งที่ละลายเมื่อโดนไอร้อนของเปลวไฟ

ร่างขาวเดินมาใกล้ ดึงให้คนที่นั่งอยู่ไปที่เตียง แรงขันขืนของร่างเล็กช่างน้อยนิดเมื่อเทียมกับแรงของพระองค์ ทากิซาว่าจัดให้คนร่างบางนั่งนิ่งที่เตียง ก่อนที่จะประทับเคียงข้าง

" รู้ไหมข้าไม่คิดจะหักหาณน้ำใจเจ้าเลยสักครั้งแต่ว่า จะทำก็คงไม่เป็นไรมัง ในเมื่อเาตัวเอ่ยปากเองแบบนี้ " จับจ้องเรือนร่างด้วยสายตา ซึบาสะเผลอเอื้อมมือมาแตะเสื้อผ้าของตัวเองทั้งๆที่มันก็อยู่ครบแต่ทำไมยามสายตาร้อนคู่นั้นมองเหมือนว่าร่างกายของเขาไม่มีพวกมันอยู่เลย

" แล้วทำไม " ถามเสียงแผ่ว ร่างบางมองสบสายตาร้อนแรงคู่นั้น

" ข้าแค่อยากทำความคุ้นเคยกับเจ้าหากฝืนใจพาเจ้าไปจากที่นี้บางนี้ นั้นอาจทำให้เจ้าเป็นทุกขืมากกว่ามีความสุข " ดวงตาที่มองสบคนฟังดูอบอุ่นอ่อนโยนไม่มากเล่ห์ดังเช่นที่ผ่านมา ทำไมรู้สึกหวั่นไหวแบบนี้ ทำไมข้าอยากเชื่อใจคนคนนี้นะทั้งที่เพิ่งได้เจอกันทำไมถึงไว้ใจนัก ซึบาสะถามตัวเอง มองดวงตาสีอ่อน

" ได้ไหมให้เราได้เรียนรู้กันและกันข้าจะให้เจ้าเลือกซึบาสะ " เสียงกระซิบริมใบหู ซึบาสะสะดุ้งอะไรกัน เข้ามาใกล้ขนาดนี้แล้วเหรอ

" ขะ ข้า "

" นะให้โอกาศข้า " เสียงทุ้มเว้าวอน

" แต่ว่าข้ายัง "ร่างบางหันหน้าหลบ สั้มผัสร้อนๆที่ผิวแก้มทำเอาใบหน้าหวานแดงเรื่อ

" ให้ตัวเจ้าได้เรียนรู้ข้า รักข้าได้ไหมซึบาสะ " เสียงที่คล้ายลอยมาจากที่ไกลแต่ก็ใกล้เป็นที่สุด แขนเรียวโอบรอบแผ่นหลังกว้างยามที่ร่างนั้นทาบทับลงมาสติความนึกคิดเลือนหายจนสิ้นกับเสียงทุ้มที่เอื่อนเอ่ยข้อความรักอย่างง่ายดาย

ปากอิ่มถูกประทับจับจองอย่างอาจหาญ เรียวลิ้นร้อนที่อ้อยอิ่งค่อยๆแทรกซึมลงสู่ความหวานเชื่องช้าคล้ายรอการอณุญาติ ทุกสัมผัสที่ลวงล้ำลงมาต่างรออ้อนวอนให้ร่างบางเอ่ยอณุมัติจึงลุกล้ำมอบสัมผัสที่มากกว่าผิวเผินให้

เสียงครางเครืออย่างที่ไม่เคยมาก่อนดังออกมาจากริมฝีปากอิ่มสีสด ทุกครั้งที่สัมผัสร้อนรุ้มแตะต้องเรือนร่างแบบางของตัวเอง

ความเจ็บที่เสียกแทงจนน้ำตาไหล ปากอุ่นๆที่จูบซับบนใบหน้าความอ่อนโยนที่สัมผัสได้ง่ายๆ เสียงปลอยประโลมค่อยๆละลายความเจ็บปวดที่ได้รับไม่นานร่างทั้งร่างก็ลอยคว้าง รู้สึกสุขสมกับสิ่งใหม่ที่ร่างหนามอบให้สอนให้เรียนรู้อย่างช้าๆ ทั้งที่ความเจ็บปวดด้านล่างก็ไม่ได้จางหายแต่กลับลืมเลือนมันไป มีเพียงเสียงร้องที่เปล่งออกมาเพราะความสุขเท่านั้น

แสงทิวาฉายฉานปัดเป่าความมืดมิดแห่งรัติกาลจนสิ้น ฝากฟ้าสีทองแลเห็นได้หากดวงตาคู่ใดแลมอง เจ้าม้าสีขาววิ่งเยาะๆไปรอบๆลานกว้างรู้สึกสกชื่ออย่างประหลาดราวกับได้พักผ่อนมานาน

รอไม่นานดวงตาดำขลับก็แลเห็นผู้เป็นเจ้านานเดินออกมา ข้างๆร่างขาวสง่านั้นทีร่างเล้กแลดูแบบางอยู่ หัตน์ขาวที่ประคองร่างบางอย่างถนุถนอมนั้นบ่งบอกความสำคัญ ดวงตาของเจ้าอาชาขาวเป็นประกาย สว น่ารัก คนแบบนี้สิที่จะยอมช่วยเหลือโดยไม่มีข้อต่อรองใดๆ

" นี้โทมะ " นำร่างบางมาถึงเจ้ามาแสนสวยมือเรียวเอื้อมไปสัมผัสแผงคอเกาหัวให้เบาๆ รอยยิ้มหวานพิสุทธิ์เท่าที่เคยเห็นมาทำให้หัวใจของเจ้าม้าเต้นแรงคงเป็นเช่นเดียวกันกับผู้เป็นเจ้านายยามทอดพระเนตรมองร่างบางข้างกาย

" มันสวยจัง " คำชมทำให้เจ้าม้าหนุ่มร้องลั้นไซ้หัวเข้ากับมือท่ลูบอยู่อย่าเอาใจ ซึบาสะหัวเราะเบาๆ

" ท่านเอามันขึ้นมาได้ยังไงในเมื่อ " มองร่างขาวอย่างสงสัย ก็ในเมื่อท่านขึ้นมบนนี้ได้เพราะถูงมือเหล็กขอท่านพี่ไม่ใช้เหรอ

" ก็.....ความลับ " ทากิซาว่าลากเสียงยาวก่อนก้มลงกระซิบข้างๆ พอได้ยินคำว่าความลับเท่านั้นใบหน้ายิ้มแย้มก็ดูหงิกงอ ไม่พอใจ

ทากิซาว่ายิ้มก่อนนำสิ่งที่คิดว่าร่างบอบบางหมายถึงวิธีที่พระองค์ขึ้นมาบนนี้ให้

" ข้ายังไม่ได้ใช้หรอก แต่ไอ้นี้กับไอ้นี้ใช้ไปแล้ว " ซึบาสะหน้าแดงวาบเมื่อมองของสามสิ่งที่ถูกชูขึ้นอย่างแรกนะรู้หรอกแต่ของชิ้นสุดท้ายนะสิ อยากรู้นักใครให้มา

" เอ่อนี้ใครให้ท่าน " ผิวแก้มแดงจัดยามปรายนิ้วชี้ไปยังหลอดที่มีรอยบีบ

" ก็เจ้ากบตัวที่เล็กท่สุดนะ "

" จริงเหรอ " สีหน้าอาฆาตมาดร้ายอย่างที่บอกได้เลยว่าเจอตัวเมื่อไหร่ละก็น่าดู ปรากฏให้เห็บบนใบหน้าสวย

" อืม แต่ข้าว่าตอนนี้เราไปกันดีกว่าเจ้าต้องการการพักผ่อนมากๆนะซึบาสะ " เอ่ยท้วงเมื่อร่างบางดูจะอยากทำธุระอื่น

" แล้วจะลงยังไงละ " ซึบาสะเอียคอถามเกาหูเจ้าม้าเล่น

" ก็แบบนี้ไป " ผิวปากเบาๆปีกสีขาวก็สยายออกจากเจ้าม้า ร่างบางถอยหลังมอง อดตกใจไม่ได้คิดว่าเป็นม้าธรรมดาแล้วสิ

" แล้วก็ " ทากิซาว่ากระเทาะเปลือกลูดนัทลูกที่สองอานม้าที่ทำจากขนหมีสีขาวก็สวมแทนที่อันเก่า

" คงนุ่มพอให้เจ้านั่งได้นะซึบาสะ " หันมาถามร่างบางไม่ต้องสังเหตุก็เห็นว่าใบหน้างามนั้นแดงแค่ไหน
ซึบาสะพยักหน้าให้ อายจะแย่แล้วนี้คงไม่ได้จงใจแกล้งให้เขาอายใช่ไหม

" จะดีแล้วหรือฮิเดอากิ ข้าที่ไม่ใช้เจ้าหญิงจะให้ไปกับท่าน " เอ่ยถามเมื่อร่างหนาจะให้ตัวเองขึ้นม้า

ทากิซาว่ายิ้มให้อย่างอ่อนโยนลูบเส้นผมสีเข้มไปมา
" ดีสิ ข้ารักเจ้าท่านพ่อเองก็คงชอบเจ้าด้วยไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการที่พวกเรารู้สึกเหมือนกันอีกแล้ว " คำพูดที่เต็มไปด้วยความมั่นใจอันล้นเหลือดูน่าเชื่อถือ ซึบาสะยิ้มอายๆกับประโยคที่ว่ารู้สึกเหมือนกัน คนบ้าเหมาเอาเองนะสิข้ายังไม่ได้บอกว่ารักท่านซะหน่อย ค้อนวงเล็ดถูกส่งให้

ทากิซาว่าหัวเราะก่อนรั่งให้ร่างเล็กขึ้นบนอานแล้วโยนตัวขึ้นตาม ม้าสีขาวกางปีกโผบินบนฟ้ากว้าง เส้นทางที่รับรู้โดยสัญชาตญาณนำทางให้กลับไปสู้ดินแดนถิ่นดำเนิด ลำหนาวพัดมากระทบแต่อ้อมแขนอบอุ่นก้โอบกอดจนแทบไม่รู้สึกถึงความหนาวเย็น

เมื่อเจ้าชายทากิซาว่าพาเจ้าหญิงจากภูเขาแก้วกลับมาแล้วทั้งคู่ก็ต้องแปลกใจ ก็ตรงหน้างานแต่งงานสำหรับทั้งสองถูกจัดเอาไว้แล้วนะสิ คล้ายกับล่วงรู้ จินและคาซึยะที่สวมชุดขาวรอยู่บนลานกว้าง
ทากิซาว่าพาซึบาสะเดินเข้าไปหา

ร่างบางมองภาพตรงหน้างุ่นงงไม่แพ้กัน สายตาคมมองไล่ไปจนพบพี่ชายทั้งสามยืนหน้าสะลอนใกล้ๆกับกษัตริย์

" จะใส่ชุดนั้นแต่งงานรึไงซึบะจัง " พี่ชายคนหนึ่งเดินมา

" โคอิจินี้มันอะไรกัน " น้องชายถือโอกาศถาม ชายหนุ่มรูปงามร่างเล็กยิ้มกระซิบสองสามประโยคก็เดินกลับที่เดิม ขยิบตาให้เจ้าชายทากิซาว่าก่อนเดินลิ้วๆไปหาชายหนุ่มทั้งสองที่ยืนจ้อง

ผิวแก้มนวลที่แดงวูบวาบเขินอายจนน่ารัก พี่บ้าพูดมาได้ไง ก็อยากให้จัดงานแต่งงานไม่ใช้เหรอ
ข้าไม่ได้อยากซะหน่อย แอบบอกในใจ วงแขนที่รั่งให้เดินตามของชายที่ได้ชื่อว่าเป็นคนรักพาให้ร่างบางไปเฝ้าผู้ที่มีศักดิ์เป็นบิดาของเจ้าชายหนุ่ม

" ซึบาสะสินะ น่ารักจริงๆเห็นไหมข้าเนี่ยตาถึงบอกแล้วต้องสวยน่ารัก ถูดใจเจ้ามากละสิทักกี้ "พูดกับว่าที่ลูกสะใภ้แล้วหันไปถามลูกชายที่ยิ้มกว้างอย่งที่ไม่ค่อยได้ทำ

" แน่นอนเสด็จพ่อแต่ว่าจัดแค่สองคู่หรือพะยะค่ะ " ถามยิ้มๆ

" แล้วเจ้าจะไม่แต่งหรือให้ข้าจัดแค่สองคู่นะ " ถามกลับ ทากิซาว่าหัวเราะรวนก่อนรั้งให้ซึบาสะมายืนข้างๆ ลูกนัทลูกที่สามถูกกระเทาะเปลือกออก แสงเหลืองเป็นประกายดังแสงจันทร์โอบล้อมร่างบางก่อนจะหายไป เจ้าสาวที่งดงามที่สุดของทากิซาว่าปรากฏตัวให้เห็น

ซึบาสะมองชุดของตัวเองเหว่อๆก่อนยิ้มกว้างให้คนรักข้างกาย

ทากิซาว่ายืนมือให้ร่างบาง มือคู่เล็กที่วางทายลงพร้อมรอยยิ้มเขินๆ ร่างขาวพาเจ้าสาวคนสวยข้างกายเดินผ่านฝูงชนไปยืนแถวหน้าของพิธี แอบมองน้องชายทั้งสอง จินในชุดเจ้าบ่าวสุดหล่อ แต่แน่นอนไม่หล่อในสายตาพระองคืหรอกโทโมฮิสะในชุดสวย อืมเหมาะดี

งานแต่งงานถูกจัดอย่างยิ่งใหญ่มีการเลี้ยงฉลองถึงเจ็ดวันเจ็ดคืน เจ้าสาวที่งามที่สุดนั้นไม่อาจตัดสินได้เพราะเจ้าบ่างทั้งสามต่างยืนยันเหมือนกันหมดว่าเจ้าสาวของตัวเองงามที่สุด

***************

จบ
ทำไมต้องมีคำราชาศะพท์ด้วยนะ ทั้งที่เป็นคำง่ายๆและเลี่ยงมาตลอดแต่แหมก็ยังนึกไม่ออกซะทีว่าสะกดแบบไหนแย่จัง